
เป็นเมืองน่าอยู่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ”

การจัดการองค์ความรู้
การส่งเสริมการจัดการความรู้( Knowledge Management )
การพัฒนาส่วนราชการให้เป็น “1 องค์การแห่งการเรียนรู้”โดยอาศัยกระบวนการ “การจัดการความรู้” ในยุคที่มีการแข่งขันและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่วนราชการต้องสร้างให้ข้าราชการในส่วนราชการมีความรู้ เข็มแข็งและสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยผลักดันส่วนราชการมีความรู้ เข้มแข็งและสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยผลักดันสู่การราชการให้บรรลุผลตามยุทธศาสตร์ 30 โดยในขั้นตอนของการแปลงแผนการปฏิบัติราชการสู่การปฏิบัติจริงนั้นประกอบด้วยองค์ประกอบหลายประการที่จะช่วยผลักดันสู่การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ดังนี้
การปรับโครงการพื้นฐานเพื่อรองรับบุคลากรให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้สะดวก เช่น สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ
การปรับขั้นตอนการทำงานให้รวดเร็ว และกระชับมากขึ้นเพื่อเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น
การพัฒนาคนให้มีขีดความสามารถ มีระบบยกย่องชมเชย และการให้รางวัลที่เอื้อต่อการจัดการความรู้ และมีวัฒนธรรมการทำงานเชิงรุก และวัฒนธรรมของการแลกเปลี่ยน และแบ่งปันความรู้ระหว่างบุคลากรในองค์การ
ปรับกฎระเบียบ และกฏหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้การจัดการความรู้ในองค์การ 31 ต้องดำเนินการ 3 ระดับ คือ (1.) การจัดการความรู้ในองค์การ (2.) การจัดการความรู้ในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน(3.) การจัดการความรู้ในตัวบุคคล ซึ่งเป็นการนำข้อมาประมวลเข้าสู่ระบบระบบสารสนเทศ และเป็นการจัดการความรู้สมัยใหม่ในยุคของสังคนแห่งการเรียนรู้
ดังที่ พระราชกฤษฏีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารจัดการที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 11 กำหนดให้ข้าราชการ มีหน้าที่พัฒนาความรู้ในองค์กร เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอโดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลความรู้ในด้านต่างๆเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เหมาะกับสถานการณ์ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และปรับปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกัน
